วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

รักษาสิว แบบคนงบน้อย [พลีชีพ]

สำหรับบทความ รักษาสิวด้วยตนเอง หรือ รักษาสิวโดยใช้สิ่งที่มีอยู่ โดยไม่ต้องไปหาหมอ เราเคยเขียนแชร์ไว้ที่ Pantip.com เมื่อปี 2555 ที่ ห้องแป้ง เมื่อคืนนี้หลังจากล้างหน้าเสร็จ สังเกตเห็นว่ามีสิวขึ้นมาอีกที่ตรงใต้ค้าง ทำให้นึกถึงบทความที่เคยเขียนแชร์ไว้

ขอบคุณ Pantip.com ที่ยังไม่ลบกระทู้นี้ออก

[พลีชีพ] สำหรับคนเป็นสิวอยากรักษาแต่งบน้อย 

  Link กระทู้ : [พลีชีพ] สำหรับคนเป็นสิวอยากรักษาแต่งบน้อย

       เราเป็นคนนึงที่เคยมีปัญหา "สิวอักเสบ" ขั้นรุนแรง ทั้งสิวหัวหนอง,สิวอักเสบ, สิวหัวช้าง, 
สิวอุดตันใต้ผิว และสิวเม็ดข้าวสารที่รักษายากมาก

ตั้งใจเขียนกระทู้นี้เพื่อแชร์ประสบการณ์การดูแลรักษาหน้าที่ตนเองลองใช้ ลองผิดลองถูก
จนหน้าเกือบพังให้กับเพื่อนสาวที่มีงบน้อยแต่อยากรักษาสิวให้หาย อยากได้ผิวหน้าใสกลับคืน
หรืออย่างน้อยๆก็ขอเพียงไม่มีผื่นสิวก็ดีใจแล้ว ซี่งความคิดนี้ก่อนที่เราจะค้นพบสูตรของตนเอง
ได้เคยถอดใจไปแล้ว แต่ชีวิตของเราก็ยังมีความหวังใช่มั้ย อยากจะสวยมีหรือจะยอมแพ้ต่อโชคชะตา

ก่อนที่จะเข้าไปดูไอเท็มที่เราใช้ เราขอออกตัวก่อนว่าเราไม่ได้มาอวยแต่อย่างใด ไม่ได้เป็นญาติอะไรกับเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือคลีนิคที่เราจะกล่าวถึงต่อไปนี้ค่ะ   ดังนั้น"โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ"นะคะ เพราะสภาพผิวคนเราไม่เหมือนกันเนอะ

     ...ก่อนหน้านี้เราเคยรักษากับคลีนิคหมอรักษาโรคผิวหนังโดยเฉพาะ ซึ่งผลคือผิวหน้าดีขึ้นค่ะ แต่เราขาดการติดต่อกับหมอ หรือที่เรียกง่ายๆคือ หยุดไปหา เนื่องจากเริ่มสู้ราคาไม่ไหวตกเดือนละ 4,000 - 5,000 บาท ซึ่งราคานี้สำหรับบางคนอาจมองว่า แค่นี้ไม่เห็นแพง และอีกอย่างเราต้องเดินทางไปประจำ site งานลูกค้าต่างจังหวัด ทำให้ขาดการรักษาอย่างต่องเนื่อง ดังนั้นสิวเจ้าก็กลับมาเป็นใหม่ -*-       

เอารูปก่อนรักษา before ไปชมก่อนค่ะ
รูปนี้ถ่ายเมื่อ 3 ปีที่แล้ว
*คำเตือน ใจไม่ถึงอย่าดูค่ะมันน่าสยดสยอง  



ข้อแนะนำในการรักษาสิวที่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดคือ
  1. ห้ามเอามือลูบสิว คลำสิว จับสิว โดยเด็ดขาด!
  2. ช่วงรักษาต้องใจเย็นและถ้าอยากเห็นผลเร็วควรเลี่ยงหรือไม่ใช้พวกรองพื้น,แป้งผสมรองพื้น
  3.  รวมไปถึงครีมบำรุงใดๆค่ะ เพราะสิ่งพวกนี้จะไปเพิ่มการอุดตันให้กับผิว สิวก็ไม่หายค่ะ
  4.  อนุญาตให้ใช้แป้งเด็กทาหน้าได้เท่านั้นถ้าคุณจำเป็นต้องไปพบประชุมกับลูกค้า
  5. ต้องมีวินัยอยากหน้าหายสิว ห้ามขี้เกียจค่ะ
สิ่งที่เราใช้มีดังต่อไปนี้



สมูทอี เจล--เจลล้างหน้าสูตรไม่มีฟอง,ไม่มีน้ำมัน เหมาะสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่าย ผิวที่มีแนวโน้มเป็นสิวง่ายไม่ทำให้ระคายเคือง ช่วยปรับสมดุลผิวให้ผิวแข็งแรงขึ้น
 ข้อดี ของสมูทอี เจลคือ ไม่มีประจุไฟฟ้าฟองน้อยมากถึงเกือบไม่มีฟอง
เจลนี้ทำความสะอาดได้ดีภายในการล้างเพียงครั้งแค่ครั้งเดียว วันที่แต่งหน้าไม่หนาก็ล้างเครื่องสำอางออกได้ด้วย(แป้งผสมรองพื้น ที่ปัดแก้ม ดินสอเขียนคิ้ว) ไม่ทิ้งคราบมัน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง
ถ้าสิวอักเสบหรือเป็นผื่นจะช่วยให้หายเร็วขึ้น ตัวนี้ได้ผลดีกับสิวอุดตันพวกสิวหัวขาว(เม็ดข้าวสาร) ส่วนตัวเราเองมีที่หางตาเคยพยายามจะบีบเองแต่มันเจ็บมาก ใช้ตัวนี้ไประยะประมาณ 3 สัปดาห์ สิวหัวขาวมันฝ่อแล้วหลุดออกเอง
 ข้อเสีย -- กับตัวเองยังไม่พบค่ะ
 ราคา -- ประมาณ 200-230 บาท สำหรับขนาด 3.3 oz.
 ใช้ได้นานประมาณ 1 เดือน กรณีล้างเช้าเย็น

สมูทอี สครับ--สครับไม่มีฟอง ชิ้นนี้เราใช้เวลาที่ต้องการขจัดเซลผิวเก่าๆ ให้หลุดออกเวลาทา Panoxyl จะได้ซึมได้ง่าย
 ข้อดีคือ -- เป็นสครับไม่มีฟอง
 ข้อเสียคือ -- หากคุณเป็นสิวอักเสบอย่าเพิ่งผลีผลามไปใช้ค่ะ แม้สครับจะละเอียดไม่บาดหน้าแต่ก็ใจเย็นๆ เอาไว้ใช้ตอนสิวอักเสบหายก่อนอ่ะนะคะ
 ราคา -- ประมาณ 150 บาท สำหรับขนาด 2.2 oz.

Cetaphill--เหมาะสำหรับสังคมคนเป็นสิว เพราะอ่อนโยนไม่ระคายเคืองค่ะ เราใช้สลับกันกับสมูทอีเจล
 ข้อดีคือ -- อ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่าย ผิวเป็นสิว
 ข้อเสียคือ -- หากหน้าสกปรกมากหรือเป็นคนแต่งหน้า(แป้งผสมรองพื้น ที่ปัดแก้ม ดินสอเขียนคิ้ว) ต้องล้างสัก 2-3 ครั้งหรือใช้ชุบบนสำลีแล้วเช็ดแทนเคล็นเซอร์ก็ได้ค่ะ
 ราคา -- ประมาณ 280 บาท สำหรับขนาด 4.4 oz.
 ใช้ได้นานประมาณ 1 เดือนกรณีล้างเช้าเย็น

Panoxyl 10% -- Panoxyl ตัวยาเป็น alcohal based ใช้ทาทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง (กรณีหน้าเป็นสิวเยอะแบบเรา) ชิ้นนี้เราใช้หลังจากล้างหน้าเสร็จ>> สมานผิวด้วยน้ำเกลือ Klean & Kare

ข้อดีคือ -- เหมาะสำหรับคนที่เป็นสิวอักเสบ, สิวหัวหนอง Panoxyl จะฆ่าเชื้อแบคทีเรียทำให้หัวสิวมันแห้งแล้วหลุดออกไปเองไม่มีรอยอะไรเลย

 ข้อเสียคือ -- สำหรับเราไม่ถือเป็นข้อเสียค่ะ เพราะผลของการใช้ Panoxyl คือผิวจะ "แห้ง แสบ ลอก" สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาสิวอักเสบ สิวอุดตันใช้เพียง Benzac ก็พอ
 ราคา -- ประมาณร้อยกว่าบาท

และสุดท้าย Retin-A ใช้ทาก่อนนอนค่ะ

ขอบคุณเพื่อนๆค่ะ สำหรับกำลังใจในการแชร์ประสบการณ์ครั้งนี้
บอกตรงๆค่ะทีแรกเราตั้งใจเอาแถบดำคาดหน้าเพราะอายค่ะ

สิ่งของที่เราเลือกใช้กับหน้าครั้งนี้ เราไม่ได้สุ่มสี่สุ่มห้าใช้นะคะ
เราเลือกคุณสมบัติใกล้เคียงกับสบู่ล้างหน้า,ยาทาหน้าของหมอผิวหนังที่เราเคยไปหาค่ะ
นี่ยังไม่รวมถึงยากิน accutane ที่หมอเคยจ่ายให้เรากินนะคะ

แต่เราแนะนำเพื่อนๆว่าการกินยากลุ่มกรดวิตามินเอ (isotretinoin) อันตรายมาก ควรจะอยู่ภายใต้การดูแลของหมอเท่านั้นค่ะ ขนาดตอนนั้นที่หมอจ่ายให้เรากิน เราเคยไปวัดความดันกับคอเลสเตอรอล ปรากฎว่าความดันเราขึ้น 240 หยุดกินเลยค่ะกลัวตายก่อนสวย 5555

ขั้นตอนการใช้ของเรามีดังนี้
ตอนเช้า

  1. ล้างหน้าด้วยสมูทอี เจล >>สมานผิวหน้าด้วยน้ำเกลือ Klean & Kare >>ทา Panoxyl ทิ้งไว้ครึ่งชม. ถ้าไม่มีเวลาก็ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก
  2. ทาครีมกันแดดที่มี SPF 25 ขึ้นไปแล้ว
ตอนกลางคืน
  1. ล้างหน้าด้วยสมูทอี เจล >>สมานผิวหน้าด้วยน้ำเกลือ Klean & Kare >>ทา Panoxyl ทิ้งไว้ครึ่งชม.แล้วล้างออก
  2. ทา Retin-A ก่อนนอน
ท้ายนี้เป็นรูปปัจจุบันค่ะ ในรูปก็ยังคงเห็นมีหลุมสิวอยู่บ้างบางจุดค่ะ
สภาพโดยรวมผิวหน้าดีขึ้น ปัจจุบันพวกยาทา Panoxyl กับ Retin-A เราก็ลดลง
ทาวันเว้นสองวัน เน้นไปเรื่องของการรักษาความสะอาดหน้าค่ะ ส่วนสิวนั้นจะมีขึ้นมาบ้างเวลา
จะมีรอบเดือนค่ะแต่นานๆ ขึ้นที

รูปปัจจุบัน 

สรุปประสบการณ์ เมื่อตอนสิวบุกหน้า ได้ดังนี้
  1. สิวอักเสบเราใช้เวลาประมาณ 3 สัปดาห์ค่ะ 
  2. รอยแดงรอยช้ำจากสิวประมาณเกือบสองเดือนค่ะ 
  3. ส่วนแผลเป็นหลุมใช้เวลานานพอสมควรแต่มันจะตื้นขึ้นเรื่อยๆ 
  4. ขึ้นอยู่กับสภาพผิวค่ะ ของเราเป็นหลุมเยอะมากก็ใช้เวลารักษาพอสมควรค่ะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น